หลังจากพลเมืองของสาธารณรัฐจีนได้รับอนุญาตให้สูญเสียสัญชาติแล้ว หากประสงค์จะยื่นขอคืนสัญชาติ ควรดำเนินการอย่างไร

เวลา:2025/12/23 05:54


1. ขั้นตอนการยื่นคำขอคืนสัญชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)

ตามมาตรา 15 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ ผู้ที่สูญเสียสัญชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) สามารถยื่นคำขอคืนสัญชาติได้ หากปัจจุบันมีภูมิลำเนาอยู่ในดินแดนสาธารณรัฐจีน และมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้:

  1. ไม่มีประวัติความประพฤติไม่เหมาะสม และไม่มีประวัติอาชญากรรมตามหนังสือรับรองประวัติอาชญากรรมจากตำรวจ และ
  2. มีทรัพย์สินเพียงพอหรือมีความรู้ความสามารถทางวิชาชีพที่สามารถเลี้ยงดูตนเองได้ หรือมีหลักประกันในการดำรงชีวิตอย่างเพียงพอ

ผู้ยื่นคำขอต้องไปยื่นคำขอด้วยตนเอง ณ สำนักงานทะเบียนบ้านในพื้นที่ที่ตนมีภูมิลำเนาในไต้หวัน สำหรับผู้เยาว์ ให้ผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมายเป็นผู้ยื่นคำขอแทน เอกสารจะถูกส่งต่อผ่านรัฐบาลนครที่ขึ้นตรงต่อส่วนกลาง หรือรัฐบาลเทศมณฑล (เมือง) ไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาอนุมัติ

 

2. เอกสารที่ต้องเตรียม

ในการยื่นคำขอคืนสัญชาติ ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกแบบคำขอและแนบเอกสารดังต่อไปนี้:

1. ใบถิ่นที่อยู่สำหรับคนต่างด้าว (ARC) หรือใบถิ่นที่อยู่ถาวรสำหรับคนต่างด้าว (APRC) ที่ยังมีผลใช้บังคับ
กรุณาติดต่อยื่นคำขอที่สถานบริการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทย ในพื้นที่ที่พักอาศัย

2. หนังสือรับรองประวัติอาชญากรรมจากตำรวจ หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ จากประเทศที่เคยถือสัญชาติ:

(1) ต้องยื่นขอจากรัฐบาลของประเทศที่เคยถือสัญชาติ และวันที่ออกเอกสารต้องอยู่ภายใน 6 เดือนก่อนวันที่ยื่นคำขอ หากหลังจากวันที่ออกเอกสาร ผู้ยื่นคำขอได้เดินทางเข้าประเทศดังกล่าวแล้วเดินทางออกอีกครั้ง และพำนักอยู่นอกประเทศเป็นระยะเวลานานพอสมควร และหน่วยงานผู้มีอำนาจมีข้อสงสัย อาจกำหนดให้ผู้ยื่นคำขอนำส่งหนังสือรับรองว่าไม่มีประวัติอาชญากรรมในช่วงเวลาที่พำนักอยู่นอกประเทศดังกล่าว

(2) ไม่ต้องแนบเอกสารดังกล่าว หากผู้ยื่นคำขอเป็นคู่สมรสของพลเมืองสาธารณรัฐจีน และเหตุผลในการพำนักที่ระบุใน ARC คือ "ติดตามครอบครัว (สามีหรือภรรยา)" หรือผู้ยื่นคำขอมีอายุต่ำกว่า 14 ปี หรือเดินทางเข้าประเทศไต้หวันก่อนอายุครบ 14 ปี และหลังจากนั้นไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศอีก

3. หลักฐานแสดงว่ามีทรัพย์สินเพียงพอหรือมีความรู้ความสามารถทางวิชาชีพที่สามารถเลี้ยงดูตนเองได้ หรือมีหลักประกันในการดำรงชีวิตอย่างเพียงพอ
(รวมถึงรายได้หรือทรัพย์สินของคู่สมรส บิดามารดาของคู่สมรส หรือบิดามารดาของผู้ยื่นคำขอ ซึ่งมีทะเบียนบ้านในไต้หวันและไม่ได้รับเงินช่วยเหลือในการดำรงชีพ)

ไม่ต้องแนบเอกสารดังกล่าวสำหรับบุตรผู้เยาว์ที่ยื่นขอคืนสัญชาติพร้อมกับผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือผู้ยื่นคำขอที่ถือใบถิ่นที่อยู่ถาวรสำหรับคนต่างด้าว (APRC)

ให้ยื่นเอกสารอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้:

(1) ข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ การเสียภาษี ทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์ หรืออสังหาริมทรัพย์ในไต้หวัน หากผู้ยื่นคำขอจัดทำ "หนังสือมอบอำนาจตรวจสอบข้อมูลรายได้และทรัพย์สิน" สำนักงานทะเบียนบ้านสามารถขอข้อมูลรายได้และทรัพย์สินจากศูนย์ข้อมูลการเงิน กระทรวงการคลัง หรือหน่วยงานจัดเก็บภาษีที่เกี่ยวข้องได้

(2) หนังสือรับรองการจ้างงานที่ออกโดยนายจ้าง หรือคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ยื่นคำขอเกี่ยวกับลักษณะงานและรายได้ของตน

(3) ใบรับรองวิชาชีพหรือวิชาชีพเทคนิค หรือเอกสารรับรองทักษะที่ออกโดยหน่วยงานรัฐบาลสาธารณรัฐจีน หากเอกสารดังกล่าวเป็นของคู่สมรสในไต้หวัน บิดามารดาของคู่สมรส หรือบิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่งของคู่สมรส บุคคลดังกล่าวต้องจัดทำหนังสือรับรองการค้ำประกันว่ามีความสามารถเพียงพอที่จะรับรองการดำรงชีวิตของผู้ยื่นคำขอในไต้หวัน

(4) เอกสารอื่น ๆ ที่สามารถพิสูจน์ได้อย่างเพียงพอว่าผู้ยื่นคำขอสามารถเลี้ยงดูตนเองได้ หรือมีหลักประกันในการดำรงชีวิตอย่างเพียงพอ

(5) สำหรับผู้เยาว์: หนังสือยินยอมจากผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมาย

(6) เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทะเบียนบ้านหรือเอกสารยืนยันตัวตน เช่น สำเนาหนังสืออนุญาตให้สูญเสียสัญชาติ

(7) รูปถ่ายสีหน้าตรง ไม่สวมหมวก จำนวน 1 รูป ถ่ายภายใน 2 ปีที่ผ่านมา และเป็นไปตามข้อกำหนดของรูปถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน โดยเขียนชื่อ-นามสกุลไว้ด้านหลังรูป

(8) ค่าธรรมเนียมหนังสือรับรอง จำนวน 1,200 ดอลลาร์ไต้หวัน
กรุณาชำระด้วยธนาณัติไปรษณีย์ โดยผู้รับเงินคือ กระทรวงมหาดไทย

 

※ หมายเหตุสำคัญ

เอกสารที่จัดทำหรือออกในต่างประเทศ ต้องผ่านการรับรองโดยสำนักงานผู้แทนสาธารณรัฐจีนในต่างประเทศ และผ่านการรับรองซ้ำโดยกระทรวงการต่างประเทศ เอกสารที่จัดทำในไต้หวันโดยสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล หรือหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตจากต่างประเทศ ต้องผ่านการรับรองโดยกระทรวงการต่างประเทศ

หากเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ ต้องแนบคำแปลภาษาจีนที่ผ่านการรับรองโดยสำนักงานผู้แทนสาธารณรัฐจีนในต่างประเทศและรับรองซ้ำโดยกระทรวงการต่างประเทศ หรือผ่านการรับรองโดยโนตารีในไต้หวัน